Input your search keywords and press Enter.

ชลบุรี โควิด พาวุ่นหลังคนงานต่างด้าวกว่าพันคน ออกมาประท้วงไม่เข้าใจในเรื่องของการกักตัว หลังจากมีผู้ติดเชื้อ รปภ.ออกมาให้เว้นระยะห่างเกิดกระทบกระทั่งจนต้องรีบหนี

เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 8 ส.ค.64 ภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงงานบริษัท รอยัล ฟินนิชชิ่งจ์ จำกัด เลขที่ 999 หมู่ที่ 10 ตำบลหนองอิรุณ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี บันทึกเหตุการณ์ ที่กลุ่มแรงงานกว่า 1,000 คน ออกมาประท้วงกับทางฝ่ายบริหาร เพื่อต้องการทราบถึงการระบาดของไวรัสโควิด 19 ภายในโรงงาน แต่ระหว่างนั้นพนักงานรักษาความปลอดภัย ได้ขอร้องให้เว้นระยะห่าง ทำให้สร้างความไม่พอใจกับแรงงาน เข้ารุมไล่ทำร้ายจนต้องหนีเอาตัวรอด แรงงานชายคนหนึ่งได้กระโดดถีบกระจกจนแตก ถูกกระจกบาดเข้าที่ขาได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์ ต้องนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลบ้านบึง เหตุการณ์ทำท่าจะบานปลาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง ได้เข้าดูแลความเรียบร้อย
ต่อมา นายพิสิษฐ สิริสวัสดินุกูล นายอำเภอบ้านบึง พร้อมฝ่ายปกครอง นายวัชรินทร์ สงฆ์รักษ์ ผู้ช่วยสาธารณสุข อำเภอบ้านบึง ได้เดินทางเข้ามาที่เกิดเหตุ เพื่อรับฟังถึงความต้องการของแรงงานที่มาประท้วงและหาข้อยุติ โดยกลุ่มแรงงานต่างด้าวกัมพูชา และเมียนมาร์ เรียกร้องให้โรงงานหยุดกิจการชั่วคราว และให้ทางโรงงานตรวจหาผู้ติดเชื้อนำตัวผู้ป่วยส่งรักษา และนอกจากนี้ยังเรียกร้องให้กลุ่มเสี่ยงกักตัวด้านอกโรงงาน ไม่เข้าไปกักตัวภายในโรงงาน


ทางด้านนายวัชรินทร์ สงฆ์รักษ์ ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอบ้านบึง ได้พูดคุยทำความเข้าใจเบื้องต้นกับผู้ประท้วงถึงระบบ Bubble and seal หรือการกักตัว มีความจำเป็นที่จะต้องคัดแยกกลุ่มเสี่ยง แยกผู้ติดเชื้อ ผู้ใกล้ชิดคนป่วย บริหารจัดการ ส่งรักษา กักตัว สังเกตุอาการ โดยทางนายจ้างเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ ทั้งนี้เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดไม่ให้ผู้ติดเชื้อออกไปแพร่เชื้อข้างนอก หรือรับเชื้อจากข้างนอกเข้ามาสู่โรงงาน
ขณะที่นายพิสิษฐ สิริสวัสดินุกูล นายอำเภอบ้านบึง กล่าวว่า จะได้เสนอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งปิดสถานประกอบการเบื้องต้นก่อนเป็นระยะเวลา 3 วัน เพื่อให้ทางผู้ประกอบการ ได้เตรียมตัวจัดเตรียมสถานที่และสิ่งต่างๆ เพื่อรองรับการเข้าสู่ Bubble and seal และให้ผู้บริหารได้พูดคุยกับพนักงาน ทำความเข้าใจกับกลุ่มพนักงานบางส่วนที่ยังไม่เข้าใจ ได้ทราบข้อเท็จจริง ซึ่งอาจจะมีพนักงานส่วนหนึ่งที่เกิดความกังวลใจ อาจจะด้วยการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน ทำให้เกิดความวิตกกังวล ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันคลัสเตอร์ขนาดใหญ่


หลังจากทางเจ้าหน้าที่พูดคุยทำความเข้าใจโดยผ่านล่าม ทางกลุ่มแรงงานทั้งหมดจึงยินยอมพร้อมใจกับข้อตกลง ต่างแยกย้ายกันกลับที่พัก และคาดว่าแรงงานทั้งหมด 1,700 กว่าคน พร้อมที่จะเข้าระบบ Bubble and seal ตามที่ทางเจ้าหน้าที่และเจ้าของโรงงานเตรียมพร้อมไว้